20 คำถามที่พบบ่อยในการสัมภาษณ์งานบริษัทญี่ปุ่น

คำถามสัมภาษณ์งานที่บริษัทญี่ปุ่นชอบถาม

บริษัทญี่ปุ่นชอบถามคำถามแบบไหนในการสัมภาษณ์งาน?

 

จากประสบการณ์สัมภาษณ์งาน (ทั้งเป็นผู้สมัคร และเป็นคนพิจารณาเอง) ในบริษัทญี่ปุ่นมามากมาย เราได้สรุปแล้วว่าคนญี่ปุ่นจะมีคำถามที่ชอบถามกันจริงๆ อยู่ไม่กี่ข้อ นอกเหนือจากพวกคำถามเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งหน้าที่ที่มาสมัครแล้ว…สิ่งที่นายญี่ปุ่นจะสนใจมากเป็นพิเศษคือลักษณะนิสัยรวมถึงระบบความคิดความอ่านของผู้สมัครนี่แหละค่ะ

และเพื่อไม่ให้ทุกท่านที่กำลังมีแผนจะเปลี่ยนงานไปทำงานบริษัทญี่ปุ่น รวมถึงน้องๆ นิสิตนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังมีนัดสัมภาษณ์งานกันรัวๆ ต้องตื่นตระหนกเวลาเจอคำถามยากๆ สไตล์ญี่ปุ่น เราเลยขอรวบรวมมาให้สักยี่สิบข้อแล้วกัน แบบว่าถ้าตอบได้หมดนี่ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรกับการสัมภาษณ์งานบริษัทญี่ปุ่นแน่นอนงี้ (ขึ้นอยู่กับคำตอบของแต่ละคนด้วยนะเออ)

 

 

คำถามที่พบบ่อยในการสัมภาษณ์งานบริษัทญี่ปุ่น

日系企業での面接でよく聞かれる質問

 

1. กรุณาแนะนำตัวเองให้ฟังหน่อยค่ะ

(自己紹介をお願いします)

ข้อนี้สำคัญมาก ควรเล่าแต่พอยท์หลักที่จำเป็น เราเป็นใคร เรียนจบอะไรมา เคยทำงานอะไรมาบ้าง มีอะไรเด่นๆ เกี่ยวกับตัวเราเอามาสรุปไว้ในหัวข้อนี้ไปเลย เป็นโอกาสเดียวที่จะได้คุยโม้โอ้อวดเกี่ยวกับตัวเองโดยไม่โดนมองว่าเป็นคนขี้อวดนาจา (อย่าลืมว่าคนญี่ปุ่นชอบคนอ่อนน้อมถ่อมตนมากกว่า) เรียกได้ว่าเป็นนาทีทองสำหรับขายของโดยเฉพาะ มีอะไรใส่ไปเลย แต่อย่ายาวเกินไปนะคะ

 

2. กรุณาเล่าประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา

(これまでの仕事についてを教えてください)

ถ้าประสบการณ์ตรงสายงานอยู่แล้วก็สบายค่ะ เล่าไปเลยเคยทำตำแหน่งอะไร มีหน้าที่อะไรบ้าง เล่าเป็น episode ก็ได้ว่าเรารับผิดชอบส่วนนี้ ทำอะไรบ้าง ร่วมงานกับใครบ้าง

 

3. อธิบายข้อดี – ข้อเสียของตัวเองให้ฟังหน่อยค่ะ

(自分の長所・短所を教えてください)

ข้อนี้ก็สำคัญอีกเหมือนกัน นายชอบบ่นว่าคนไทยมักจะตอบแบบผิวเผินเบาบาง เหมือนไม่เคยได้ลองวิเคราะห์ตัวเองอย่างจริงจัง จุดนี้จะทำให้บริษัทรู้ว่าเรารู้จักตัวเองมากแค่ไหน พร้อมยอมรับข้อผิดพลาดและมีความสามารถในการปรับปรุงตัวเองแค่ไหน

 

4. ทำไมถึงลาออกจากที่เก่าคะ?

(なぜ前の会社をお辞めたのですか?)

เหตุผลควรเป็นเหตุผลจริงๆ นะคะ เว้นแต่เหตุผลจริงๆ มันเลวร้ายเกินไปก็อนุโลมให้หาเรื่องมาตบๆ แต่งๆ ได้ค่ะ เอาให้มันฟังขึ้น ไม่ดูเหมือนเราหนีปัญหา ตอบไงก็ได้ให้ดูสวยหล่อ ว่าเราพร้อมทำงานนะ ไม่ได้ออกเพราะไร้ประสิทธิภาพ

 

5. ทำไมถึงมาสมัครงานที่บริษัทนี้?

(当社に応募された理由はなんですか?)

อันนี้แนะนำให้ศึกษาบริษัทเขาไว้ให้แน่นๆ เลย บริษัทเขาทำอะไร เป็นมาอย่างไร ทำไมถึงน่าเข้าไปทำที่นี่ ยกข้อดีเขาที่มันเข้ากับเรามาตอบ แต่อย่าให้โอเวอร์หรืออวยจนเกินไปนะคะ คนสัมเขาดูออกจ้า

 

6. ถ้าเกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นคุณจะแก้ปัญหาอย่างไร?

(こういう問題があったらどう解決しますか?)

คำถามน้ีจะเกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่เรามาสมัครงานแหละ มักจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำในสายงานนั้นๆ ควรศึกษาหรือคิดเผื่อไว้ล่วงหน้าค่ะ จะได้ไม่นั่งเอ๋อใส่นาย

 

7. ผลงาน หรือความสำเร็จที่ภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตคืออะไร?

(今までもっとも誇れる実績や成功体験は何ですか?)

ข้อนี้จะทำให้นายรู้ว่าเรามีความภูมิใจในตัวเองไหม มีความรักตัวเองมากแค่ไหน รวมถึงมี ‘ความสามารถ’ ในระดับไหน ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนยังไงก็ได้ ขอเพียงมันเป็นสิ่งที่เราภูมิใจ ยกไปตอบได้เลยค่ะ

 

8. เคยพบปัญหาหนักๆ ในการทำงานไหม? แล้วแก้ปัญหานั้นอย่างไร?

(大きな失敗をしたことはありますか?どう解決しましたか?)

เตรียมไปเผื่อได้เลย เขาจะดูเซนส์ในการตอบคำถามของเรา รวมถึงทักษะในการแก้ปัญหาด้วยค่ะ ไม่ควรตอบว่าไม่เคยมีปัญหาเลย เพราะการทำงานทุกที่ทุกอย่างมีปัญหาแน่นอนอยู่แล้ว การตอบว่าไม่เคยพบปัญหามันไม่ได้ทำให้เราดูเพอร์เฟ็กต์ แต่จะกลายเป็นเด็กที่ไม่เคยสัมผัสประสบการณ์ทำงานจริงๆ มากกว่า

 

9. อนาคตอยากทำอะไร? มองภาพตัวเองในอีก 5 – 10 ปีไว้อย่างไร?

(5〜10年後の自分はどうなっていたいのですか?)

คนญี่ปุ่นหลายคนคิดว่า คนที่มีความเอาจริงเอาจังมักจะมีแผนอนาคตให้กับชีวิตตัวเองเอาไว้แล้ว อย่างน้อยก็ต้องรู้จักตัวเองในระดับนึง ต้องมีเป้าหมายในระดับนึง เตรียมไว้ใช่ว่าค่ะ

 

10. คุณคิดว่าอะไรสำคัญที่สุดในการทำงาน?

(あなたにとって仕事で一番大事なことは何だと思いますか?)

หรืออาจจะโดนถามว่า งานตำแหน่งนี้ อะไรสำคัญที่สุด? คำถามนี้เด็กจบใหม่อาจตอบได้ยากสักหน่อย แต่มีคีย์เวิร์ดอยู่ค่ะ ลองศึกษาจาก Job Description ดูก็ได้ค่ะ Hint จะอยู่ในนั้น เช่น ตำแหน่งล่าม หน้าที่ของคุณคือแปล สื่อสาร ประสานงานระหว่างหน่วยงานที่พูดกันคนละภาษา สิ่งที่อยู่ในนี้คืออะไร? คือ Communication ถูกไหมคะ? ดังนั้นสำหรับล่าม สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ ‘การสื่อสาร’ เท่านี้เองค่า 😀

 

11. หากได้เข้ามาทำงานที่บริษัทนี้ งานแบบไหนที่คุณอยากทำ?

(入社後にやりたい仕事はなんですか?)

นี่เป็นการดับเบิลเช็ค ว่าสิ่งที่บริษัทต้องการ กับสิ่งที่เราอยากทำ มันตรงกันหรือเปล่า?

 

12. (กรณีเคยเปลี่ยนงานหลายครั้ง) ทำไมถึงเปลี่ยนงานบ่อยเหรอคะ?

(転職回数が多いようですが、それはなぜですか?)

บอกก่อนว่าคนญี่ปุ่นจะไม่ค่อยเปลี่ยนงานบ่อย ถ้าเป็นคนญี่ปุ่นยุคเก่าอาจถูกมองว่าเป็นคนไร้ความอดทน ไร้ความสามารถ ไร้ความรับผิดชอบกันเลยทีเดียว ดังนั้นสำคัญมากๆ เราต้องมีเหตุผลมารองรับ

 

13. ทำไมถึงเลือกสมัครงานที่บริษัทเรา แต่ไม่เลือกบริษัทอื่นในแวดวงเดียวกัน?

(同業他社ではなくどうして当社なのですか?)

จริงๆ คำถามนี้เราว่าไม่มีอะไรมาก จะดูกึ๋นในการตอบคำถามมากกว่า อันนี้แนะนำให้สังเกตอุปนิสัยและลองคาดเดาความคิดของนายญี่ปุ่นไว้ให้ดีๆ จะได้เดาใจถูกว่าเขาจะอยากให้ตอบแบบไหน เพราะแต่ละคนก็จริตต่างกันเนาะ บางคนอาจชอบให้อวย หรือบางคนอาจอยากฟังความคิดสร้างสรรค์ หรือความกล้าในการตอบตามตรงแบบมีวาทศิลป์งี้

 

14.  คุณคิดว่าตัวเองนิสัยเป็นยังไง?

(あなたの性格について教えてください)

คำถามนี้คล้ายๆ กับข้อที่ถามข้อดีข้อเสีย คืออยากรู้ว่าเรานิสัยเป็นยังไง มันจะสะท้อนออกมาทางคำตอบของเราค่ะ ควรใช้คีย์เวิร์ดที่ดี เช่น นิสัยเข้ากับคนง่าย นิสัยชอบความท้าทาย ชอบหาอะไรใหม่ๆ มาพัฒนาตัวเอง และยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนด้วยยิ่งดีค่ะ

 

15. งานอดิเรกของคุณคืออะไร? วันหยุดทำอะไร?

(あなたの趣味は何ですか?暇なときに何をされますか?)

อันนี้ก็เหมือนกัน แค่เป็นการปูทาง เปิดให้มีหัวข้อสนทนา เพราะมันจะทำให้รู้จักตัวตนของผู้สมัครมากขึ้น

 

16. ทำไมถึงเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่น?

(なぜ日本語を勉強しようと思ったんですか?)

ข้อนี้เหมือนฟรีสไตล์ ไม่มีผิดมีถูก แต่ส่วนใหญ่มักตอบว่า ชอบหนัง ชอบมังงะ ชอบดูเมะกันซะเยอะ ถ้าหาคำตอบแปลกใหม่ดูดีมีมิติได้ก็น่าจะเจ๋งดีนะคะ

 

17. คุณสามารถทำงานเป็นทีมได้ไหม?

(あなたにチームワーク力がありますか?)

อันนี้จริงๆ คำตอบค่อนข้าง fixed ไว้แล้วนะคะ ยังไงก็ต้องตอบว่าทำได้อยู่แล้ว แต่จะเจ๋งยิ่งขึ้นถ้ามีหลักฐานมาซัพพอร์ต เช่น ปกติต้องทำงานร่วมกับทีมอยู่แล้วค่ะ เพราะส่วนตัวทำงานเป็น Sales ยังไงเราก็ต้องพึ่งแพลนเนอร์ในการวางแผนงานให้ และแพลนเนอร์ก็ต้องคุยกับเราว่าลูกค้าเป็นแบบไหน ชอบอะไร ต้องการอะไร เหมือนต้องคุยกันวางแผนกัน พอขายงานได้ก็ต้องให้ทีมครีเอทีฟช่วยทำงานให้ มันต้องสื่อสารเยอะ ทำคนเดียวไม่ได้ ยังไงก็ต้องทำเป็นทีมค่ะ เป็นต้น

 

18. คิดว่าความแตกต่างระหว่างบริษัทไทยกับบริษัทญี่ปุ่นคืออะไร?

(日系企業とタイ企業の違いは何だと思いますか?)

ถามคำถามนี้ทีไรได้แต่คำตอบแบบ บริษัทญี่ปุ่นเข้มงวด กฏเยอะ ยังไม่ค่อยเจออะไรใหม่ๆ เท่าไหร่ อันนี้ถ้าตอบให้ดูชาญฉลาดได้จะได้คะแนนบวกๆๆ เพิ่มเลยนะคะ เพราะดูเป็นคนหลักแหลมมีวิสัยทัศน์งี้

 

19. จะรับกฏระเบียบของบริษัทญี่ปุ่นได้หรือไม่

(日系企業の規則が厳しいですが、大丈夫ですか?)

คำถามนี้แล้วแต่คนจะตอบเลยค่ะ แต่ถ้าให้ปลอดภัยยังไงก็ต้องตอบว่ารับได้ พร้อมบอกเหตุผลไปด้วยให้ดูน่าเชื่อถือ ไม่ใช่ตอบไปงั้นๆ

 

20. สุดท้ายนี้มีคำถามอะไรไหม?

(最後に何か質問はありますか?)

แนะนำอย่างมากว่าเราควรมีคำถามไปถามเขาด้วย เพราะปกติการสัมภาษณ์ทางบริษัทก็จะเล่าประวัติความเป็นมา หน้าที่การงาน เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับบริษัทให้เราฟังอยู่แล้ว การที่เราถามกลับไป (จะอยากรู้จริงๆ หรือไม่ก็ตาม) มันแสดงความใส่ใจ ว่าเราตั้งใจฟังที่เขาพูดนะ คนญี่ปุ่นจะชอบค่ะ

 

——————

 

สุดท้ายขออวยพรให้ทุกคนโชคดีกับการสัมภาษณ์งาน ได้ทำงานในบริษัทที่ชอบที่หวังไว้นะคะ!

อย่าลืมว่าการสัมภาษณ์งานไม่ได้มีแค่การตอบคำถามอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่ต้องเตรียมพร้อมด้วย! สำหรับคนที่อยากได้เคล็ดลับสัมภาษณ์งานยังไงให้ปัง เชิญได้ที่นี่เลยค่า >> สัมภาษณ์งานบริษัทญี่ปุ่นยังไงให้ได้งาน

 

——————

 

ส่งท้าย! ขอขายของหน่อยแล้วกัน ไม่เกี่ยวกับการสัมภาษณ์งาน แต่เกี่ยวกับการเรียนรู้บรรยากาศการทำงานในบริษัทญี่ปุ่นไว้ล่วงหน้านะเออ! เพียงอ่านนิยายเรื่อง “นายคะ อย่ามาอ่อย” เล่มล่าสุดของเราเท่าน้านนนนนนนนนน #ขายของไม่เนียนไปเรียนมาใหม่ 555555

 

แต่เอาจริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ Setting เป็นบริษัทญี่ปุ่นค่ะ ตัวละครมีทั้งนายญี่ปุ่นและพนักงานคนไทยมากมาย เขียนจากประสบการณ์ตรงเลยนะเออ สนุก ฟิน อิน ได้ความรู้ ไม่อยากให้พลาดกันเลยจ้าาาาา วางแผงแล้ววันนี้ตามร้านหนังสือทั่วประเทศหรือสั่งออนไลน์ได้ ที่นี่

 

นายคะ อย่ามาอ่อย

นายคะ อย่ามาอ่อย